ทําไมผมถึงมาเป็นมินิมัลลิสต์

Image result for ทําไมผมถึงมาเป็นมินิมัลลิสต์

ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชีวิตดูวุ่นวายอยู่กับข้าวของต่างๆ คนรวย ที่มีของสะสมมากมายแต่ก็ไม่มีความสุขสักที คนที่ย้ายบ้านมา หลายครั้งจนข้าวของต่างๆ ค่อย ๆ ลดน้อยลงทีละนิด คนที่อยากจะ หลุดพ้นจากความซึมเศร้า คนที่ไม่มีความหลงใหลในสิ่งของต่างๆ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว หรือคนที่มีความคิดเปลี่ยนไปหลังจาก เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทุกคนล้วนแล้วแต่มีเหตุผลในการ มาเป็นมินิมัลลิสต์ต่างกันไป

ผมเป็นมินิมัลลิสต์เพราะห้องที่แสนรกรุงรัง เมื่อก่อนผมเป็นคน ประเภทที่ไม่ทิ้งข้าวของเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เป็นพวกชอบเก็บสะสม แถมยังยึดติดกับของพวกนั้นมาก ไม่ว่าของชิ้นไหนผมก็รู้สึกรักและ ผูกพันจนไม่กล้าทิ้ง เช่น กระดาษโน้ตที่มีคนเขียนเอาไว้ว่ามีโทรศัพท์ ถึงผมเพื่อติดต่อเรื่องงาน ผมมักจะคิดว่า พอมีใครสักคนสละเวลามาเขียนโน้ตให้ ผมก็ไม่อยากจะทิ้งโน้ตฉบับนั้น

เมื่อ 17 ปีก่อน ตอนที่ผมย้ายบ้านมาจากจังหวัดคะงะวะและเริ่ม เข้ามาใช้ชีวิตคนเดียวที่โตเกียว ในห้องของผมไม่มีอะไรเลยนอกจาก ของใช้จําเป็น แต่พอเวลาผ่านไปผมก็ต้องเผชิญกับข้าวของจํานวน มหาศาลที่ผมไม่สามารถทิ้งได้

ผมชอบถ่ายรูป เพราะว่าอยากจะเก็บช่วงเวลาทุกวินาทีเอาไว้ เป็นความทรงจํา

หนังสือที่เคยอ่านก็เหมือนส่วนหนึ่งของตัวผมเลยไม่อยากทิ้ง แถมยังอยากแนะนําหนังและเพลงที่ผมชอบให้คนอื่นได้ฟังบ้าง นอกจากนี้ถ้ามีเวลาก็อยากจะลองทํางานอดิเรกที่อยากทําดูสักที่ “น่าเสียดายจัง แพงอีกต่างหาก” น

นา “ยังใช้ได้อยู่เลย สักวันคงได้ใช้แหละ” ไม่อยากจะยอมรับเลยว่าไม่ได้ใช้ของพวกนี้แล้ว

ความรู้สึกเช่นนี้เหมือนเป็นแรงจูงใจให้ไม่กล้าทิ้งของเหล่านั้น และเก็บไว้ต่อไป

ความคิดของผมเมื่อก่อนต่างกับปัจจุบันโดยสิ้นเชิง เมื่อก่อนผม เป็นแม็กซิมัลลิสต์ ไม่ว่าอะไรก็เก็บไว้ซะทุกอย่าง ตอนจะซื้อของ ก็เลือกซื้อแต่ของที่มีประสิทธิภาพสูง ๆ เท่าที่จะทําได้ ไม่ว่าจะซื้ออะไร ก็ต้องเป็นของใหญ่ๆ และหนักๆ ไว้ก่อน

ผมรู้สึกเหมือนโดนดูดพลังจากของที่เยอะขึ้นจนเกินจําเป็น ทั้งๆ ที่ ตั้งใจซื้อของเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์แต่กลับรู้สึกถูกรุกราน ยิ่งกว่านั้น ไม่ว่าจะได้สิ่งของต่างๆ มาเท่าไหร่ ก็ยังรู้สึกไม่พอใจและยิ่งมองหา ข้าวของเพิ่มอยู่ตลอด จนรู้สึกอิจฉาคนรอบข้างที่มีของมากกว่า โดยไม่รู้ตัว ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นผมก็ไม่สามารถทิ้งข้าวของไปได้ และเอาแต่โทษตัวเองต่าง ๆ นานาจนกลายเป็นวงจรอุบาทว์ผมหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นั้นได้โดยการเริ่มทิ้งข้าวของ ไม่จําเป็น ผมคิดว่าการมีข้าวของมากเกินไปจะทําให้เกิดข้อเสีย บางอย่าง สําหรับคนที่ตอนนี้รู้สึกไม่พอใจในชีวิตและไม่รู้ว่าจะต้อง อย่างไรเหมือนกับผมเมื่อก่อน ให้ลองทิ้งของใช้ที่ไม่จําเป็นดที่ด ก่อน อย่างน้อยก็น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตบ้าง

สิ่งที่บั่นทอนพลังงานในชีวิตของคุณนั้นไม่ใช่พันธุกรรม ไม่ใช่ สภาพแวดล้อม ไม่ใช่นิสัย และก็ไม่ใช่แผลทางจิตใจ แต่คือข้าวของ จํานวนมหาศาลเหล่านั้นที่คุณมีอยู่

 

นำเสนอโดย
สมัครยูฟ่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *