สาเหตุที่ข้าวของเพิ่มจํานวนมากขึ้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อน

Image result for สิ่งของเพิ่ม

ดังนั้น เราลองมาสรุปอีกครั้งกันเถอะ

ข้าวของที่เมื่อก่อนเคยคิดว่าอยากได้ ตอนนี้ก็มีครบหมดแล้ว ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า ข้าวของรอบตัวพวกเราทั้งหมดเป็นของที่ผม คิดว่า ไม่ว่าจะทํายังไงก็ต้องมีให้ได้ ส่วนข้าวของที่ไม่เคยอยากได้ ก็ไม่มีเลยสักชิ้น

แต่สําหรับของที่มีอยู่ในตอนนี้ สักวันผมก็คงรู้สึก “ชิน” และค่อยๆ “เบื่อ” ดังนั้นเราจึงอยากได้ข้าวของชิ้นใหม่เพื่อที่จะเป็น “แรงกระตุ้น” ใหม่ให้เรา และอยากได้ของที่มีราคาแพงมากกว่าเดิมเพื่อที่จะเป็น “แรงกระตุ้น” ที่ใหญ่กว่าเดิม ยิ่งเพิ่มปริมาณ “แรงกระตุ้น” ก็ยิ่งทําให้ จํานวนข้าวของเพิ่มตามขึ้นเรื่อยๆ สําหรับข้าวของที่ได้มาใหม่ก็ด้วย เช่นกัน สักวันเราคงรู้สึก “ชิน” และค่อย ๆ “เบื่อ” ไป จนเริ่มรู้สึก ไม่พอใจข้าวของพวกนั้น จึงต้องไปหาข้าวของชิ้นใหม่ ๆ เข้ามาแทน

หรืออย่างข้าวของที่คนอื่นคิดว่าน่าพอใจแล้ว แต่ “แรงกระตุ้นที่อยู่ ในตัวเอง” ก็อาจจะบอกว่าไม่พอใจ “ความแตกต่าง” ของแรงกระตุ้น นั้นต้องสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองเท่านั้น อย่างฟังก์ชันของรถยนต์ ที่ผลิตในประเทศราคา 1 ล้านเยน สําหรับคนอื่นๆ คงจะพอใจและ

ไม่กังวลอะไร แต่เจ้าของรถคันนั้นกลับไม่พอใจกับรถของตัวเอง

ถึงจะสร้าง “ความแตกต่าง” ขึ้นมาหรือจะหาข้าวของชิ้นใหม่ มาครอบครองต่อเรื่อยๆ ความรู้สึกดีใจก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากตอนนี้ เท่าไหร่ ไม่ว่าจะได้ของที่มีราคาแพงขนาดไหนมาก็ตาม แต่ความ รู้สึกดีใจก็มี “ขีดจํากัด” และไม่ได้เปลี่ยนแปรตามราคา ต่อให้เป็น แหวนราคา 50,000 เยน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยิ้มได้กว้างกว่า ตอนที่ได้แหวนราคา 10,000 เยนห้าเท่า หรือทั้งที่อุตส่าห์ได้ของดีๆ มาทั้งที กลับรู้สึกดีใจแค่นิดเดียว ซึ่งต่างจากที่จินตนาการเอาไว้ แถมยังเป็นความดีใจที่ไม่ได้ต่างไปจากปกติ แม้แต่ของที่มีอยู่ยัง พอใจกับมันไม่ได้ ก็เลยต้องไปยุ่งกับข้าวของชิ้นใหม่ ๆ

ก็เหมือนกับที่ความรู้สึกดีใจไม่ได้แปรไปตามราคาของสิ่งของ ฟังก์ชันของสิ่งของก็ไม่ได้แปรไปตามราคาด้วยเช่นกัน เสื้อกันหนาว ที่มีราคาแพงกว่า 2 เท่าก็ไม่ได้หมายความว่าจะอุ่นขึ้น 2 เท่าด้วย เช่นกัน และเราก็ไม่สามารถทิ้งความไม่รู้จักพอไปได้ เมื่อเราลบ ความรู้สึกนั้นไปไม่ได้ เราก็ยิ่งปรารถนาที่จะลบมันไปให้ได้ จึงทําให้ เราต้องไปเกี่ยวพันกับข้าวของชิ้นใหม่ๆ อีก และทั้งที่ความรู้สึก “ชิน” ซึ่งค่อยๆ นําไปสู่ “ความเบื่อหน่าย” เป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นแน่ๆ อยู่แล้ว แต่เราก็ยังเผลอคาดเดาอนาคตจากความรู้สึกของตัวเอง ในปัจจุบันทุกครั้ง

ยิ่งเราติดอยู่ในวังวนที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้ก็ยิ่งทําให้จํานวนข้าวของ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงจะเพิ่มจํานวนข้าวของเท่าไหร่ พอเวลาผ่านไป ก็จะรู้สึกไม่พอใจอยู่ดี ทั้งๆ ที่เรารู้อยู่แล้วว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไป แค่ไหน เราก็จะไม่พอใจกับข้าวของพวกนั้น แต่ก็ยังกลับรู้สึกว่า “ครั้งต่อไปฉันจะพอใจกับมันแล้ว” ไม่ว่าเราจะเพิ่มจํานวนข้าวของ อีกสักเท่าไหร่ แต่ที่ยังไม่มีความสุขสักที่ นั่นก็เพราะเราตกอยู่ใน วังวนแบบนี้นั่นเอง

 

Sponsored
แทงบอลออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *