อังกฤษยุคกลาง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อังกฤษยุคกลาง

ในยุคนี้อังกฤษเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง แต่ที่สำคัญๆ ก็เริ่มจากรัชสมัยของ พระเจ้าวิลเลี่ยมที่ 1 ที่ปรับเปลี่ยนการปกครองและพัฒนาอังกฤษอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะ เป็นการนำระบอบศักดินาสวามิภักดิ์ (Feudalism) มาใช้, การทำสำรวจที่ดินและสำมะโน ประชากร เพื่อเก็บภาษีและเกณฑ์แรงงาน หรือการสร้างปราสาทต่างๆ ทั่วอังกฤษ (หอคอยแห่งลอนดอนก็สร้างช่วงนี้)

ต่อมาเป็นสมัยพระเจ้าจอห์น (John) น้องชายพระเจ้าริชาร์ดที่ 1 (Richard 1) กระทำผิดต่อหลักคริสต์ศาสนา ด้วยการอภิเษกกับอิซาเบลแห่งอองกูแลม (Isabel of Angouleme) ที่หมั้นหมายกับผู้อื่น จนพระเจ้าฟิลิป (Philip) แห่งฝรั่งเศสยึดดินแดนไปมากมาย ส่งผล ให้ขุนนางต่อต้านและบีบบังคับพระองค์ ให้เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบกษัตริย์ภายใต้ รัฐธรรมนูญเป็นประเทศแรก

สุดท้ายคงเป็นเหตุการณ์สงครามดอกกุหลาบ (Wars of the Roses) ที่เกิดจากการ แย่งชิงราชบัลลังก์อังกฤษระหว่างราชวงศ์แลงคาสเตอร์ (Lancaster-กุหลาบแดง) และ ราชวงศ์ยอร์ก (York-กุหลาบขาว) ซึ่งต่างก็สืบเชื้อสายมาจากสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 (Edward (1) จนสิ้นสุดสงครามในสมัยพระเจ้าเฮนรีที่ 7 (Henry VII) ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ ทิวดอร์ (Tudor) พระโอรสของเอิร์ลแห่งริชมอนด์ (Eart of Richmond)

ยุคราชวงศ์ทิวดอร์

ความน่าสนใจในยุคราชวงศ์ทิวดอร์ (Tudor) นี้ ถ่ายทอดผ่านกษัตริย์ 3 พระองค์ องค์แรกคือพระเจ้า เฮนรีที่ 8 ซึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็นกษัตริย์ที่โหดร้ายและ ไร้ศีลธรรม เพราะเผาทำลายโบสถ์และยึดทรัพย์สิน ของศาสนาเข้าพระคลัง อีกทั้งยังสั่งประหารชีวิตบุคคลสำคัญไปหลายคน อาทิ พระนางแอนน์ โบลีน (Anne Boleyn) และพระนางแคเทอริน โฮวาร์ด(Catherine Howard) สองชายาที่ถูกกล่าวหาว่าคบชู้ หรือพระสหายคาดินัล วุลซีย์ (Cadinal Woolsey) ที่สร้างพระราชวังให้พระองค์

องค์ที่สองคือพระนางแมรี (Mary) พระธิดาของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 กับพระนางแค ริบแห่งเอรากอน (Catherine of Aragon) ผู้ซึ่งได้ชื่อว่า “แมรีผู้กระหายเลือด (Bloody Mary)’’

เพราะสั่งลงโทษประชาชนที่นับถือนิกายโปรเตสแตนต์ (พระนางสนับสนุนนิกาย 2 อันคาทอลิก) ด้วยการเผาทั้งเป็นกว่า 300 ชีวิต และส่งรัชทายาทที่จะสืบทอดบัลลังก็ไป จองจำไว้ที่หอคอยแห่งลอนดอน

องค์สุดท้ายคือพระนางเอลิซาเบทที่ 1 (Elizabeth 1) พระธิดาของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 กับพระนางแอนน์โบลีน ซึ่งถูกพระนางแมรีจองจำในหอคอย แต่เพราะพระนาง แมรีสวรรคตเสียก่อนพระนางเอลิซาเบทจึงถูกปล่อยตัว และขึ้นครองราชย์แทนในปี ค.ศ. 1558 และด้วยความที่ พระนางทรงปกครองประเทศโดยไม่ได้อภิเษกสมรส จึง ได้รับฉายาภายหลังว่า “ราชินีพรหมจรรย์ (The Virgin Queen)” อ้อ! กวีเอกอย่างวิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare)

ยุคราชวงศ์สจวต

หลังสิ้นสุดยุคของพระนางเอลิซาเบทของราชวงศ์ทิวดอร์ พระเจ้าเจมส์ที่ 6 (James VI) ในราชวงศ์สจวต (Stuart) แห่งสกอตแลนด์ก็ได้ครองบัลลังก์ต่อ และสถาปนาเป็น พระเจ้าเจมส์ที่ 1 (James 1) แห่งอังกฤษ แต่สมัยที่น่าสนใจอยู่ที่พระเจ้าชาลส์ที่ 1(Charles 1) โอรสของพระเจ้าเจมส์ที่ 1 ครับ เพราะ เป็นจุดเริ่มต้นสงครามการเมือง อันมีสาเหตุจาก ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายกษัตริย์นิยม (Cavalier) กับฝ่ายรัฐสภา (Parliamentarian) และเมื่อฝ่าย รัฐสภาชนะ จึงได้ยกเลิกระบอบกษัตริย์ พร้อมจัดตั้ง ประเทศเป็นสาธารณรัฐขึ้นมา ส่วนพระเจ้าชาลส์ที่ 1 ถูกนำไปบันพระศอหน้าพระราชวังไวต์ฮอลล์ (White hall Palace)

Sponsored
ยูฟ่าเบท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *