อาหารที่คนกรุ๊ปโอกินได้บางครั้งบางคราว

Image result for o type blood

 

นมถั่วเหลือง น้ํานมข้าวยาคู ไข่ไก่ ไข่เป็ด น้ํานมแพะ ชีสจาก นมแพะ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง :

นมวัว ไอศกรีม เนยแข็งริคอตตา (Ricotta) เนยแข็งอดัม (Edam) เชอร์เบต ซาวร์ครีม เนยแข็งสวิส ครีมชีส (Cream Cheese) เนยแข็ง เชดดาร์ (Cheddar)

ผักและผลไม้ อาหารที่ควรกิน : บลูเบอร์รี ฝรั่ง คะน้า บร็อกโคลี เชอร์รี่ ลูกพรุน กระเจี๊ยบ ผักโขม หอมหัวใหญ่ลูกพลับมะเดื่อฝรั่งสาหร่าย สาหร่ายทะเล สับปะรด มะม่วง ฮอร์สแรดิช ผักกาดหอม ผักกาดแกว พาสลย พกทอง หัว ใช้เท้า อาร์ติโชค (Artichoke) กล้วย

อาหารที่กินได้บางครั้งบางคราว:

แครนเบอร์รี กระเทียมสตรอว์เบอร์รี มะเขือเทศ พริกไทย มะเขือ ยาว แตงโม ลูกเกด อินทผลัม มะละกอ มะกอกเขียว หน่อไม้ฝรั่ง มะเฟือง พีช แพร์ องุ่น หน่อไม้ ซูกินี ผักชี มะนาว มะนาวฝรั่ง วอเตอร์เครส พาสลีย์ แครอต ผักกาด หอมแดง แห้ว มันแกว กะหล่ํา ดาว ถั่วลันเตา ส้มโอเทศ แอพริคอต ราสป์เบอร์รี ทับทิม แอปเปิล ลูกไหน ลูกตาล ลําไย

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง : ประกอบการ

มะพร้าว ส้ม กีวี สาลี่จีนแคนตาลูป มะระมะเขือยาวถั่วกะหล่ํา แตงฮันนี่ดิว แตงกวา แบล็กเบอร์รี มะกอกดํา ข้าวโพด อะโวคาโด อัลฟัลฟา (Alfalfa) เห็ดหอม มันทุกชนิด

ไขมันและน้ํามัน อาหารที่ควรกิน : 1 เดมเวลา

น้ํามันมะกอก น้ํามันลินสีด (Linseed Oil) 2 0 อาหารที่กินได้บางครั้งบางคราว :

น้ํามันงา น้ํามันตับปลา น้ํามันคาโนลา น้ํามันอัลมอนด์ น้ํามัน วอลนัต

 

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

กะทิ น้ํามันมะพร้าว น้ํามันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ํามันละหุ่ง น้ํามันจมูกข้าวสาลี น้ํามันถั่วเหลือง น้ํามันอีฟนิ่งพริมโรส น้ํามัน เมล็ดดอกคําฝอย น้ํามันจมูกข้าวสาลี น้ํามันข้าวโพด น้ํามันถั่วลิสง

เครื่องดื่ม

ในบางวันคนเลือดกรุปโอคงอยากดื่มไวน์แดงสักแก้วพร้อม กับอาหารเครื่องดื่มประเภทนี้อาจให้ประโยชน์ต่อร่างกายของคุณโดย เฉพาะอย่างยิ่งต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดหากดื่มในปริมาณที่ เหมาะสมและเป็นครั้งคราว

3 อย่างไรก็ตาม คนเลือดกรุปโอจะได้รับประโยชน์จากเครื่อง ดื่มประเภทชาเขียวอย่างมาก เนื่องจากประกอบไปด้วยสารโพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยขัดขวางการสร้างโพลีอามีน (Polyanmines) ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย

เครื่องดื่มที่ควรดื่ม :

น้ําขิง ชาเปปเปอร์มินต์ ชาโรสฮิป (Rosehip) น้ําแร่ธรรมชาติ ชาเขียว

เครื่องดื่มที่ดื่มได้บางครั้งบางคราว :

ชาคาโมไมล์ โสม ตังกุย ไวน์แดง ชารากชะเอม ชาสกัดจาก ใบราสป์เบอร์รี ชา สเปียร์มินต์

เครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยง :

น้ําว่านหางจระเข้ ไวน์ขาว เบียร์ โซดา น้ําอัดลม เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ แชมเปญ เหล้า วิสกี้ ชาดํา กาแฟ ชาสกัดจากอัลฟัลฟา ชาสกัดจากใบสตรอว์เบอร์รี ชาสกัดจากต้นเบอร์ด็อก (Burdock) ชา สกัดจากใบเซนต์จอห์น (Saint John) ชาสกัดจากใบมะขามแขก ชา สกัดจากใบเรดโคลเวอร์ (Red Clover)

เครื่องปรุง เครื่องเทศ และสมุนไพร อาหารที่ควรกิน : ขิง พาสลีย์ หัวไช้เท้า ขมิ้น ฮอร์สแรดิช (Horseradish) พริกขี้หนูผงกะหรี่

อาหารที่กินได้บางครั้งบางคราว :

เนยแอปเปิล เจลาติน น้ําผึ้ง สาคู โรสแมรี ชะเอม อบเชย กระเทียม มะกรด เสจ (Sage) ไธม์ (Thyme) แอปเปิลไซเดอร์ (Apple Cider) สะระแหน่ ช็อกโกแลต ยีสต์ ต้นหอม พริกป่นวานิลลา ใบกระวาน ผักชี กานพลู กะเพรา โหระพา ซอสถั่วเหลือง เกลือทะเล้น้ําตาลทราย น้ําตาลทรายแดง น้ําตาลโมลาส (Molasses) มิโสะ มัสตาร์ด ออริกาโน

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง :

น้ําเชื่อมจากข้าวโพด น้ําตาลฟรักโทส ซอสมะเขือเทศ พริก ไทยเม็ด ผงชูรส น้ําส้มสายชู แป้งข้าวโพด มายองเนส เคเปอร์ (Caper)

 

จัดทำโดย
บาคาร่า

สิ่งของที่บอกเล่า “คุณค่าของตัวเราเอง”

Image result for ความเหงา

 

เราพยายามครอบครองข้าวของที่เกินจําเป็นมากมายไปเพื่ออะไรกัน

และ “จุดประสงค์ ที่อยากจะครอบครองของเหล่านั้นคืออะไร มาดู ข้อสรุปกันเลยครับ

จุดประสงค์เหล่านั้นก็คือ “เพื่อบอกเล่าคุณค่าของตัวเราเอง”

พวกเราพยายามอย่างมากที่จะบอกเล่าคุณค่าของตัวเองให้ใคร สักคนได้รับรู้ผ่านข้าวของที่พวกเรามีอยู่

ใครๆ ก็มีแอพพลิเคชั่นแห่งความเหงาอยู่ในตัว

ผมจะลองอธิบายใหม่ตั้งแต่แรกอีกครั้งว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ที่มักจะจับกลุ่มอยู่ร่วมกัน เมื่อเทียบกับสัตว์ตัวใหญ่ ๆ แล้ว มนุษย์ เป็นสัตว์ที่มีแรงน้อยมากแถมยังไม่มีเล็บหรือเขี้ยวที่แหลมคม และ คงไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถล่าช้างแมมมอธตัวใหญ่มหึมาได้ด้วย ตัวคนเดียวหรอกครับ นั้นจึงเป็นสาเหตุที่มนุษย์ต้องอยู่รวมกันเป็น กลุ่มเพื่อให้รอดพ้นจากอันตรายต่างๆ

เพราะฉะนั้นเมื่อมนุษย์ต้องห่างจากกลุ่มจึงเกิดความรู้สึก “โดดเดี่ยว” และแอพพลิเคชั่นแห่ง “ความเหงา” จึงถูกติดตั้งขึ้น ความรู้สึก “โดดเดี่ยว” นี้เป็นเหมือนอุปกรณ์เตือนภัยเมื่อเราอยู่คนเดียว ว่า “จงกลับไปเข้ากลุ่มซะ” หรือ “จงไปผูกมิตรกับใครสักคนซะสิ” และก็ไม่มีทางที่จะลบแอพพลิเคชั่นแห่ง “ความเหงา” นี้ออกไปได้ ถึงแม้ว่าจะตั้งค่าใหม่แล้วก็ตาม

 

จัดทำโดย
ยูฟ่าเบท

เครื่องหินและเครื่องปั้นดินเผาเป็นของสําคัญในอดีต

Image result for เครื่องหินและเครื่องปั้นดินเผาเป็นของสําคัญในอดีต.

 

5 ไบพวกเราถึงชอบเพิ่มจํานวนข้าวของให้มากขึ้นกว่าเดิมอยู่เรื่อย ผมจะลองคิดทบทวนคําถามนี้ให้จริงจังขึ้นมาสักนิดนะครับ

อนานมาแล้วในสมัยที่มนุษย์ยังใช้ “เครื่องหิน” กันอยู่อย่าง แพร่หลาย เพราะมีฟังก์ชันที่อเนกประสงค์มาก และถือว่าเป็น อุปกรณ์ที่มีความสําคัญในการดํารงชีวิตอย่างแท้จริงในสมัยนั้น

ประโยชน์จากเครื่องหินเหล่านั้นมากกว่าพลังงานและเวลาที่เรา ลงแรงสร้างมันขึ้นมา ทําให้เราประหยัดพลังงานในการล่าสัตว์หรือ ประหยัดพลังงานในการลอกหนังสัตว์ต่างๆ ลงไปมากทีเดียว ถึง แม้ว่าเราจะใช้เวลา 1 วันเต็ม ๆ ในการผลิตเครื่องหินสักชิ้น แต่ สิ่งที่เราได้กลับคืนมาก็คือเวลาและความสะดวกสบาย สรุปก็คือ เมื่อ เทียบกับค่าเหนื่อยในการผลิตก็นับว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับ นอกจากนี้ พอเราผลิตเครื่องหินออกมาได้หนึ่งชิ้นแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่จําเป็น ต้องดูแลรักษาหรือจัดการใด ๆ กับมันเลย ดังนั้นในอดีตเครื่องหิน จึงเป็นอุปกรณ์ที่ “สําคัญ” มากจริงๆ

เหตุผลสําคัญที่ทําให้คนสมัยก่อนต้องเก็บรักษาของกินเอาไว้ ในภาชนะดินเผาเพราะว่าต้องพึ่งพาธรรมชาติเท่านั้น เช่น วันนี้ พวกเราจะหาอาหารมาได้ไหม หรือวันนี้จะมีสัตว์ผ่านมาให้ล่ารึเปล่า สมัยนั้นเรายังไม่มีวิธีรับมือกับภัยพิบัติต่างๆ อีกด้วย และภัยพิบัติ เหล่านั้นจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ไม่มีทางรู้ ดังนั้นเราจึงต้องเก็บของที่เหลือ อยู่เอาไว้ในภาชนะดินเผา ตอนนั้น “เครื่องปั้นดินเผา” จึงได้กลาย มาเป็นอุปกรณ์ชิ้นสําคัญ

เวลาผ่านไป ข้าวของส่วนใหญ่ที่เราใช้ในปัจจุบันไม่ได้ถูกใช้ เพราะ “ฟังก์ชัน” ของมันอีกต่อไป แต่เราใช้เพราะจุดประสงค์อื่น ๆ นอกจากนี้เรายังต้องเสียแรงและเงินจํานวนมากเพื่อที่จะจัดการให้ ของที่เกินความจําเป็นเหล่านี้ทํางานได้ตามฟังก์ชันของมันต่อไป

เรื่อยๆ พวกเราต่างทํางานแทบเป็นแทบตายเพื่อมีชีวิตและข้าวของท มากเกิน “ความจําเป็น” เหล่านี้ และในที่สุดข้าวของพวกนี้จะ กลายเป็น “เจ้านาย” ของพวกเราอย่างไม่รู้ตัว ข้าวของที่เคยเชื่อฟังเรา กลับค่อยๆ แยกเขียวใส่พวกเราโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

 

นำเสนอโดย
บาคาร่า

สาเหตุที่ข้าวของเพิ่มจํานวนมากขึ้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อน

Image result for สิ่งของเพิ่ม

ดังนั้น เราลองมาสรุปอีกครั้งกันเถอะ

ข้าวของที่เมื่อก่อนเคยคิดว่าอยากได้ ตอนนี้ก็มีครบหมดแล้ว ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า ข้าวของรอบตัวพวกเราทั้งหมดเป็นของที่ผม คิดว่า ไม่ว่าจะทํายังไงก็ต้องมีให้ได้ ส่วนข้าวของที่ไม่เคยอยากได้ ก็ไม่มีเลยสักชิ้น

แต่สําหรับของที่มีอยู่ในตอนนี้ สักวันผมก็คงรู้สึก “ชิน” และค่อยๆ “เบื่อ” ดังนั้นเราจึงอยากได้ข้าวของชิ้นใหม่เพื่อที่จะเป็น “แรงกระตุ้น” ใหม่ให้เรา และอยากได้ของที่มีราคาแพงมากกว่าเดิมเพื่อที่จะเป็น “แรงกระตุ้น” ที่ใหญ่กว่าเดิม ยิ่งเพิ่มปริมาณ “แรงกระตุ้น” ก็ยิ่งทําให้ จํานวนข้าวของเพิ่มตามขึ้นเรื่อยๆ สําหรับข้าวของที่ได้มาใหม่ก็ด้วย เช่นกัน สักวันเราคงรู้สึก “ชิน” และค่อย ๆ “เบื่อ” ไป จนเริ่มรู้สึก ไม่พอใจข้าวของพวกนั้น จึงต้องไปหาข้าวของชิ้นใหม่ ๆ เข้ามาแทน

หรืออย่างข้าวของที่คนอื่นคิดว่าน่าพอใจแล้ว แต่ “แรงกระตุ้นที่อยู่ ในตัวเอง” ก็อาจจะบอกว่าไม่พอใจ “ความแตกต่าง” ของแรงกระตุ้น นั้นต้องสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองเท่านั้น อย่างฟังก์ชันของรถยนต์ ที่ผลิตในประเทศราคา 1 ล้านเยน สําหรับคนอื่นๆ คงจะพอใจและ

ไม่กังวลอะไร แต่เจ้าของรถคันนั้นกลับไม่พอใจกับรถของตัวเอง

ถึงจะสร้าง “ความแตกต่าง” ขึ้นมาหรือจะหาข้าวของชิ้นใหม่ มาครอบครองต่อเรื่อยๆ ความรู้สึกดีใจก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากตอนนี้ เท่าไหร่ ไม่ว่าจะได้ของที่มีราคาแพงขนาดไหนมาก็ตาม แต่ความ รู้สึกดีใจก็มี “ขีดจํากัด” และไม่ได้เปลี่ยนแปรตามราคา ต่อให้เป็น แหวนราคา 50,000 เยน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยิ้มได้กว้างกว่า ตอนที่ได้แหวนราคา 10,000 เยนห้าเท่า หรือทั้งที่อุตส่าห์ได้ของดีๆ มาทั้งที กลับรู้สึกดีใจแค่นิดเดียว ซึ่งต่างจากที่จินตนาการเอาไว้ แถมยังเป็นความดีใจที่ไม่ได้ต่างไปจากปกติ แม้แต่ของที่มีอยู่ยัง พอใจกับมันไม่ได้ ก็เลยต้องไปยุ่งกับข้าวของชิ้นใหม่ ๆ

ก็เหมือนกับที่ความรู้สึกดีใจไม่ได้แปรไปตามราคาของสิ่งของ ฟังก์ชันของสิ่งของก็ไม่ได้แปรไปตามราคาด้วยเช่นกัน เสื้อกันหนาว ที่มีราคาแพงกว่า 2 เท่าก็ไม่ได้หมายความว่าจะอุ่นขึ้น 2 เท่าด้วย เช่นกัน และเราก็ไม่สามารถทิ้งความไม่รู้จักพอไปได้ เมื่อเราลบ ความรู้สึกนั้นไปไม่ได้ เราก็ยิ่งปรารถนาที่จะลบมันไปให้ได้ จึงทําให้ เราต้องไปเกี่ยวพันกับข้าวของชิ้นใหม่ๆ อีก และทั้งที่ความรู้สึก “ชิน” ซึ่งค่อยๆ นําไปสู่ “ความเบื่อหน่าย” เป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นแน่ๆ อยู่แล้ว แต่เราก็ยังเผลอคาดเดาอนาคตจากความรู้สึกของตัวเอง ในปัจจุบันทุกครั้ง

ยิ่งเราติดอยู่ในวังวนที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้ก็ยิ่งทําให้จํานวนข้าวของ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงจะเพิ่มจํานวนข้าวของเท่าไหร่ พอเวลาผ่านไป ก็จะรู้สึกไม่พอใจอยู่ดี ทั้งๆ ที่เรารู้อยู่แล้วว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไป แค่ไหน เราก็จะไม่พอใจกับข้าวของพวกนั้น แต่ก็ยังกลับรู้สึกว่า “ครั้งต่อไปฉันจะพอใจกับมันแล้ว” ไม่ว่าเราจะเพิ่มจํานวนข้าวของ อีกสักเท่าไหร่ แต่ที่ยังไม่มีความสุขสักที่ นั่นก็เพราะเราตกอยู่ใน วังวนแบบนี้นั่นเอง

 

Sponsored
แทงบอลออนไลน์

ความดีใจที่ได้ใส่เสื้อแจ็กเก็ตเป็นครั้งที่ 10

Image result for ความดีใจที่ได้ใส่เสื้อแจ็กเก็ตเป็นครั้งที่ 10

 

ในบรรดาสัตว์ทั้งหลายมีแต่มนุษย์ที่สามารถคาดเดาอนาคตได้ แต่เป็นการคาดเดาได้แค่อนาคตใกล้ๆ เท่านั้น เช่น ตอนที่เราต้อง เผชิญกับศัตรูทางธรรมชาติที่น่ากลัว เราจะหนี จะสู้ หรือจะล่าเหยื่อ อย่างไร มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่สามารถคาดเดาเรื่องในอนาคตได้ แต่ ก็ไม่ใช่การมองเห็นไปถึงอนาคตในอีกหลายปีข้างหน้า อันที่จริงแล้ว “อนาคต” ที่พวกเราสามารถคาดเดาได้เป็นช่วงเวลาที่สั้นกว่าที่พวกเรา คิดเอาไว้เสียอีก

ผมจะยกอีกหนึ่งตัวอย่างครับ ตอนที่ออกไปซื้อเสื้อผ้าแล้วก็ บังเอิญไปเจอกับเสื้อแจ็กเก็ตที่เหลืออยู่แค่ตัวเดียว จึงตัดสินใจซื้อ เสื้อตัวนั้นมา เพราะว่าพอเปรียบเทียบกับเสื้อแจ็กเก็ตตัวย้วยสีซีด ที่ตัวเองกําลังใส่อยู่ตอนนี้แล้ว ยังไงเสื้อแจ็กเก็ตที่เหลืออยู่ตัวเดียวนี้ นั้นก็ยังไม่เปลี่ยนไปอยู่ดี ก็เท่กว่าเยอะเลย หลังจากกลับบ้านและได้ลองใส่ดูแล้ว ความรู้สึก

ถึงแม้ว่าเราจะสามารถจินตนาการถึง “ความรู้สึกครั้งแรก ๆ 2 ใส่เสื้อแจ็กเก็ตตัวนั้นได้ แต่ที่น่าเสียดายก็คือ “ความรู้สึกเคย กับการใส่เสื้อแจ็กเก็ตตัวนี้ครั้งที่ 10” หรือว่า “ความรู้สึกเบื่อในตอน

ใส่เสื้อตัวนี้หลังจากซื้อมาได้ 1 ปี” เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถจะ จินตนาการได้เลยในขณะที่เรายังไม่มีเสื้อแจ็กเก็ตตัวนั้น

จากสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันที่เรายังไม่มีข้าวของชิ้นนั้น เราจะไม่สามารถจินตนาการรูปแบบของความรู้สึกที่ค่อย ๆ เปลี่ยน จาก “ความเคยชิน” ไปเป็น “ความเบื่อหน่าย”ได้เลย ซึ่งจะเป็นความ รู้สึกในอนาคตหลังจากที่ได้ของชิ้นนั้นมาครอบครองแล้ว และในตอน ที่เรายังไม่มีของชิ้นนั้น เราก็จะรู้สึกว่า ความรู้สึกในวินาทีที่ได้มา ครอบครองจะอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ความรู้สึกแบบนี้นี่แหละที่เป็นหนึ่ง ในสาเหตุที่ทําให้เราอยากจะได้ข้าวของใหม่อยู่เรื่อย ๆ และทําให้ จํานวนข้าวของของเราเพิ่มขึ้น และจะวนแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ

 

จัดทำโดย
UFABET

ความรู้สึกในอนาคตเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้

Image result for ความรู้สึกในอนาคตเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้

ผมมีคําถามผุดขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ว่าเราจะได้ข้าวของมาครอบครอง ล้ม ไม่นานเราก็คงเบื่อ ต่อให้มีข้าวของมากมายขนาดที่คนอื่น ยังต้องอิจฉา สุดท้ายแล้วเราก็จะเบื่อมันอยู่ดี

จนถึงตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกเบื่อข้าวของพวกนั้นอยู่ และสําหรับข้าวของ ที่จะได้มาหลังจากนี้ ผมรู้ตัวเลยว่าในไม่ช้าผมจะต้องเบื่อเหมือนกัน ทําไมข้าวของต่างๆ ที่มีอยู่ถึงต้องไปเกี่ยวพันกับ “ความเบื่อหน่าย” อย่างไม่รู้จัก “เบื่อ” กันด้วยนะ

สาเหตุก็คือ มนุษย์เรามักจะเผลอคาดเดาความรู้สึกใน “อนาคต” โดยอิงจาก “ปัจจุบัน”

สัตว์ที่สามารถคาดเดาอนาคตได้มีแต่มนุษย์เท่านั้น แต่เป็นช่วง เวลาในอนาคตข้างหน้าที่สั้นนิดเดียว

เมื่อหิวเคยซื้อของมาตุนจนเกินจําเป็นใช่ไหม หรือว่าตอนไป ร้านอาหารในขณะที่หิวอยู่เคยสั่งของกินมาเยอะแยะจนรู้สึกเสียดาย ภายหลังด้วยใช่หรือไม่ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า ความรู้สึกหิว “ใน ปัจจุบัน” ทําให้เราคาดการณ์สภาพของท้องใน “อนาคต” ผิดไปนั่นเอง เรามักจะคิดว่าสามารถเดาอนาคตได้ แต่ที่จริงแล้วเราไม่สามารถ คาดเดาได้ด้วยซ้ําว่าอีก 30 นาทีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น

ตอนที่รู้สึกปวดหัวตุบๆ จากอาการเมาค้างหลังจากที่เมื่อคืน ดื่มหนักมากเกินไป ทุกคนก็มักจะสัญญากับตัวเองว่า “จะไม่ดื่ม จนเป็นแบบนี้อีกแล้ว” แต่ในความเป็นจริงพอหายปวดหัวเราก็ กลับไปเมาหัวราน้ําอีกตามเคย

ในฤดูร้อนอันแสนร้อนระอุ เราไม่สามารถจินตนาการถึงความ อบอุ่นจากเครื่องทําความร้อนในฤดูหนาวได้เลย และเช่นเดียวกัน

ในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ เราไม่สามารถจินตนาการถึงความเป็น จากเครื่องปรับอากาศในฤดูร้อนได้เช่นกัน ทั้งๆ ที่เรามีประสบการณ์

และได้เรียนรู้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็มักจะคาดเดา “อนาคต” โดยใช้ ความรู้สึกใน “ปัจจุบัน” เป็นที่ตั้ง

แดเนียล กิลเบิร์ต ผู้เขียนเรื่อง Stumbling on Happiness ได้ เปรียบเทียบเกี่ยวกับเรื่องที่คนเรามักจะคาดเดา “อนาคต” โดยใช้ ความรู้สึกใน “ปัจจุบัน” ไว้อย่างดีมากว่า “พวกวัยรุ่นชอบคิดว่าคําว่า “Death Rock’ จะเป็นคําที่ฟังดูเท่ตลอดกาล ก็เลยพากันสักคําว่า “Death Rock”

จัดทำโดย
แทงบอล

ความสันโดษของแมวกับหมา

Image result for ความสันโดษของแมวกับหมา

ผมลองคิดถึงความแตกต่างของแมวกับหมา

ถ้าปล่อยแมวให้เฝ้าบ้านตัวเดียวก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่สําหรับ หมาน่ะไม่ได้เลยครับ ถ้าปล่อยให้มันเฝ้าบ้านตัวเดียวนานๆ เข้า มันจะเห่าไม่หยุดและเอาแต่เดินวนไปวนมาอยู่หน้าบ้าน พอถูกปล่อย ให้อยู่ตัวเดียวนานๆ ก็จะเริ่มมีอาการซึมเศร้า

น่าเสียดายที่มนุษย์เราไม่ได้มีนิสัยใกล้เคียงกับแมวซึ่งชอบใช้ ชีวิตอย่างสงบและอยู่ตัวเดียว แต่มีนิสัยใกล้เคียงกับหมาที่เจ้าน้ําตา เพราะว่ามนุษย์เราเป็นสัตว์สังคมและมักจะรวมกลุ่มกันเพื่อทํากิจกรรม ต่างๆ จึงทําให้พวกเราสามารถรับรู้ถึง “ความโดดเดี่ยว” ได้ และไม่ใช่ แค่เฉพาะคนที่รู้สึกเหงาเท่านั้นถึงจะรู้สึกถึง “ความโดดเดี่ยว” แต่ พวกเราทุกคนใช้ชีวิตอยู่โดยมี “ความโดดเดี่ยว” อยู่ภายในตลอดเวลา ต่างหาก

ถึงแม้จะมีเพื่อนที่คอยเล่นสนุกด้วยกันหรือมีครอบครัวที่ดูสนิท สนมแน่นแฟ้นกันดี ก็ไม่มีใครสามารถสลัดความรู้สึกโดดเดี่ยวนั้น ออกไปได้ ความโดดเดี่ยวมักจะแวะกลับมาเยี่ยมเราอยู่เรื่อยๆ มีคน จํานวนมากที่มักจะกังวลว่า “ตัวเองโดดเดี่ยว” แต่ก็ไม่ต้องไปใส่ใจกับ เรื่องนี้มากหรอกครับ เพราะว่าไม่มีใครสามารถลบแอพพลิเคชั่น แห่ง “ความเหงา” นี้ออกไปได้อยู่ดี แถมพวกเราทุกคนยังถูกทําร้าย จากแอพพลิเคชั่นแห่ง “ความเหงา” นี้อยู่บ่อยครั้งด้วยเช่นกัน

มนุษย์เราเป็นสัตว์ที่จับกลุ่มเข้าหากันและใช้ชีวิตร่วมกันเพื่อที่จะ ได้รับการยอมรับในสังคม เราจําเป็นที่จะต้อง “มีคุณค่า” เพื่อสังคม และเพื่อกลุ่มของตัวเอง แถมคนเราจะมีชีวิตอยู่ได้โดยคิดว่า “ตัว เราเองก็มีคุณค่า” จากการได้รับการยอมรับจากผู้อื่นนี่แหละครับ

สาเหตุหลักที่ทําให้เรารู้สึกซึมเศร้าหรือเลยเถิดจนไปถึงฆ่าตัวตาย เป็นเพราะเรามักจะคิดไปเองว่า “ตัวเองไม่มีค่า” หมาก็เป็นแบบ

เดียวกัน เมื่อถูกปล่อยให้เผชิญกับความเหงานานๆ เข้ามันก็จะ เริ่มป่วย ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะตอนไม่มีใครอยู่ด้วยมันจะรู้สึกว่า

ตัวเองไม่มีค่า

น่าเศร้าจริงๆ ที่หมาของพวกเราไม่สามารถเขียนข้อความว่า “ตอนนี้อยู่บ้านตัวเดียว” ลงบนทวิตเตอร์ หรือจะไปตั้งกระทู้ว่า “(ข่าวร้าย) เจ้านายของผมไปเที่ยวยาว ผมอยู่ตัวเดียว” ในเว็บบอร์ด เพื่อเรียกร้องความสงสาร แถมยังติดต่อกับเพื่อนหมาตัวอื่นๆ ผ่าน SNS’ ไม่ได้อีกต่างหาก ไม่มีเทคโนโลยีใดๆ ที่จะช่วยบรรเทาความเหงา ของเจ้าหมาได้เลย พอเป็นแบบนี้มันเลยล้มป่วยลงอย่างน่าสงสาร

 

Sponsored
แทงบอล

ฟังก์ชันทอง Apple Watch ที่มีราคา 50 เท่า

Image result for Apple Watch

ผมรู้สึกว่าข้าวของแต่ละชิ้นไม่ได้มีฟังก์ชั่นที่แตกต่างกันเลย รถสปอร์ตราคา 10 ล้านเยนก็ไม่ได้มีความเร็วเป็น 10 เท่าของรถ ธรรมดา หรือแม้แต่จะเร่งความเร็วให้เป็นสองเท่าก็ยังทําไม่ได้เพราะ ถูกกฎหมายบังคับเอาไว้ Apple Watch ก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้จะมี ราคา 2 ล้านเยน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีแบตเตอรี่มากกว่า Apple Watch ราคา 40,000 เยน หรือใช่ว่าจะมีความเร็วในการ ประมวลผลมากกว่า 50 เท่า

ถ้าฟังก์ชันต่างๆผกผันตามราคาของข้าวของ เช่น รถที่มีราคาแพง เป็นสองเท่าจะสามารถถึงที่หมายได้เร็วกว่าสองเท่า หรือเสื้อกันหนาว ที่แพงกว่าสองเท่าให้ความอุ่นกับเราได้เป็นสองเท่าละก็ พวกเราคง จะมีความสุขได้ด้วยเงินและข้าวของไปแล้ว! แต่น่าเสียดายที่มัน ไม่ใช่แบบนั้นครับ

ถ้ามองรูปแบบทางอารมณ์จาก “ความเคยชิน” ไปสู่ “ความ เบื่อหน่าย” ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดด้วยมุมมองของการเพิ่มจํานวน ข้าวของ เราจะพบว่านิสัยแบบนั้นเป็นข้อเสียที่แก้ไม่หาย แต่ความ รู้สึกที่เริ่มมาจาก “ความเคยชิน” จะเหมือนกับความรู้สึกที่คอยผลักดัน เราให้ไปข้างหน้าและทําให้เราลุกขึ้นสู้กับสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะตกอยู่ ในสถานการณ์ที่ลําบากแค่ไหนก็ตาม ดังนั้นคนเราก็เลยรู้สึกชิน ไม่ว่าจะเจอเรื่องที่ดีหรือร้ายขนาดไหน

ความรู้สึกเหล่านี้แหละที่ทําให้เราต้องมีข้าวของเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเรื่อง ที่เราจะต้องตระหนักอยู่ตลอด

 

นำเสนอโดย
สมัครยูฟ่า

บิล เกตส์ กินข้าววันละ 6 มื้อจริงหรือ

 

Image result for บิล เกตส์

นอกจากนี้ยังมีความจริงที่น่าเสียดายอยู่อีกเรื่องหนึ่งคือ ตอนที่ เราได้แหวนราคา 10,000 เยน 50,000 เยน หรือ 300,000 เยน มาครอบครอง ระดับความดีใจในตอนนั้นแทบจะไม่ต่างกันเลย พูด อีกอย่างก็คือ ตอนที่ได้แหวนราคา 50,000 เยนมาก็ไม่ได้รู้สึกดีใจ เป็น 5 เท่าของตอนที่ได้แหวนราคา 10,000 เยน และรอยยิ้มดีใจ ในตอนนั้นก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมา 5 เท่าหรืออยู่ได้นาน 5 เท่าด้วย ไม่ว่า จะดีใจมากน้อยแค่ไหน แต่สุดท้ายก็มีขีดจํากัดเท่านั้น สําหรับ คุณค่าของข้าวของไม่มีขีดจํากัดหรอกครับ แต่ “อารมณ์ของมนุษย์เรา ต่างหากที่มีขีดจํากัด”

ถ้าความดีใจที่ได้แหวนราคา 50,000 เยนมีค่าเป็น 5 เท่าของ แหวนราคา 10,000 เยนจริง ๆ ละก็ พวกเราคงจะมีความสุขจาก ข้าวของเงินทองได้ ต่อให้รวยแค่ไหนหรือมีข้าวของมากมาย สักเท่าไหร่ แต่ความรู้สึกดีใจที่สัมผัสได้ในตอนนั้นก็ไม่ได้ต่างอะไร จากความรู้สึกดีใจที่คุณสัมผัสได้ในปัจจุบันหรอกครับ และความ ดีใจนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากขนาดนั้นด้วย แต่ที่เรารู้สึกไม่พอใจ สักที่แม้ว่าจะมีข้าวของเยอะขนาดไหนก็ตาม เป็นเพราะว่าความ ดีใจในตอนที่ได้ข้าวของชิ้นใหม่กับความดีใจในเรื่องเล็กๆ ที่คุณรู้สึก อยู่บ่อยๆนั้นแทบจะไม่ได้แตกต่างกันเลย

ขีดจํากัดของร่างกายถูกกําหนดไว้อย่างชัดเจน เหมือนความดีใจ ที่ไม่ว่าจะรู้สึกดีใจแค่ไหนแต่ก็รู้สึกได้แค่ชั่วครู่เดียว ถึงแม้ว่าจะเป็น มหาเศรษฐีอย่างบิล เกตส์ เขาก็มีกระเพาะเท่ากับคนทั่วๆ ไป แล้ว ก็ไม่ใช่เพราะว่าเป็นบิล เกตส์ กระเพาะถึงใหญ่จนกินข้าวได้วันละ 6 มือ นอกจากนี้การเป็นเศรษฐีก็ไม่ได้หมายความว่า ใน 1 วันจะมี โบนัสพิเศษเพิ่มขึ้น 1 ชั่วโมงเป็น 25 ชั่วโมงนะครับ

 

จัดทำโดย
แทงบอล

 

ความรู้สึกดีใจกับชัยชนะจะอยู่ได้แค่ 3 ชั่วโมง

Image result for ชัยชนะ

ต่างรู้กันดีว่า เราใช้เวลาเพียงแค่นิดเดียวในการเกิด “ความเคยชิน กับแรงกระตุ้นต่างๆ มีบทสัมภาษณ์ของอังเดร อากัสซี่ นักเทนนิส ที่ประสบความสําเร็จในการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลม อากัสซี ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในปี ค.ศ. 1992 หลังชนะเลิศการแข่งขันเทนนิส วิมเบิลดันว่า “หลังจากที่ผมชนะ ผมได้รู้ว่าจริงๆ แล้วมีเพียงไม่กี่คน เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ ความดีใจในชัยชนะเทียบกับความขมขึ้นในการ พ่ายแพ้ไม่ได้เลย และความสุขก็ไม่ได้ยืนยาวเท่ากับความเศร้า ดังนั้นเราจะมาพูดว่าสองสิ่งนั้นมันเหมือนกันไม่ได้หรอกครับ”

ก็เหมือนกันกับเรื่องของทาล เบน ชาฮาร์ นักจิตวิทยาที่ชั้นเรียน ที่เขาสอนได้รับความนิยมสูงสุดในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมื่อเขา อายุได้ 16 ปี เขาเคยเป็นแชมป์สควอช นั้นเป็นผลตอบแทน จากการที่เขาฝึกฝนวันละ 6 ชั่วโมงมาเป็นเวลา 5 ปี แต่หลังจาก ที่เขากลับมาจากงานเลี้ยงฉลอง เขาถึงได้รู้สึกว่า ความสุขที่เกิด จากความฝันที่รอคอยมานานเป็นจริงนั้นได้หายไปแล้ว ความรู้สึก

 

ดีใจจะอยู่กับเราได้แค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้นจริงๆ

หรือแม้แต่ความรู้สึกดีใจอันยิ่งใหญ่ที่เกิดจากการสามารถบรรลุ เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ได้ด้วยคนจํานวนน้อย พวกเราก็จะรู้สึก “เคยชิน” กับมันไปได้ในทันที่เช่นกัน