ชาวญี่ปุ่นคนไหนก็เป็นมินิมัลลิสต์

  1. Image result for ชาวญี่ปุ่นคนไหนก็เป็นมินิมัลลิสต์

ชาวญี่ปุ่นทุกคนเป็นมินิมัลลิสต์กันมาตั้งแต่ยุคก่อน เปรียบเสมือน กับตอนที่ทุกคนเกิดมาแล้วไม่มีอะไรติดตัวมาเลย ชาวต่างชาติ ที่เข้ามาในญี่ปุ่นก่อนสมัยพัฒนาอุตสาหกรรมรู้สึกตกใจกับการ ที่ชาวญี่ปุ่นมีชุดกิโมโนเพียงคนละ 2-3 ชุด และเป็นชุดที่ดูสะอาด เรียบร้อยอยู่เสมอ นอกจากนี้ชาวญี่ปุ่นยังเดินเก่ง ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็เดินไป ส่วนการสร้างบ้านก็ไม่ได้สร้างแบบถาวร แต่จะเป็นการ สร้างบ้านที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เรื่อยๆ ดังนั้นผมก็เลยคิดว่า ชาวญี่ปุ่นสมัยก่อนน่าจะเป็นมินิมัลลิสต์

แรกเริ่มเดิมทีวัฒนธรรมญี่ปุ่นคือวัฒนธรรมมินิมัลลิสต์ เช่น ในห้องชงชาของญี่ปุ่นจะไม่มีของที่ไม่จําเป็นวางอยู่เลย ทางเข้า เป็นประตูเล็กๆ ก่อนเข้าห้องจะต้องทิ้งความทะนงตัวไป หรือถ้า เป็นซามูไรก็ต้องวางดาบลงถึงจะเข้ามาในห้องนี้ได้ เมื่อเข้ามาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนฐานะใด คนรวย คนจน คนใหญ่คนโตมาจากไหน

ก็ไม่สําคัญ การเข้ามาในห้องชงชานี้คือการได้หันหน้าเข้าหากัน มานั่งจิบชาอย่างผ่อนคลายและคิดถึงจิตใจของกันและกัน

 

จัดทำโดย
แทงบอล

ทําไมผมถึงมาเป็นมินิมัลลิสต์

Image result for ทําไมผมถึงมาเป็นมินิมัลลิสต์

ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชีวิตดูวุ่นวายอยู่กับข้าวของต่างๆ คนรวย ที่มีของสะสมมากมายแต่ก็ไม่มีความสุขสักที คนที่ย้ายบ้านมา หลายครั้งจนข้าวของต่างๆ ค่อย ๆ ลดน้อยลงทีละนิด คนที่อยากจะ หลุดพ้นจากความซึมเศร้า คนที่ไม่มีความหลงใหลในสิ่งของต่างๆ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว หรือคนที่มีความคิดเปลี่ยนไปหลังจาก เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทุกคนล้วนแล้วแต่มีเหตุผลในการ มาเป็นมินิมัลลิสต์ต่างกันไป

ผมเป็นมินิมัลลิสต์เพราะห้องที่แสนรกรุงรัง เมื่อก่อนผมเป็นคน ประเภทที่ไม่ทิ้งข้าวของเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เป็นพวกชอบเก็บสะสม แถมยังยึดติดกับของพวกนั้นมาก ไม่ว่าของชิ้นไหนผมก็รู้สึกรักและ ผูกพันจนไม่กล้าทิ้ง เช่น กระดาษโน้ตที่มีคนเขียนเอาไว้ว่ามีโทรศัพท์ ถึงผมเพื่อติดต่อเรื่องงาน ผมมักจะคิดว่า พอมีใครสักคนสละเวลามาเขียนโน้ตให้ ผมก็ไม่อยากจะทิ้งโน้ตฉบับนั้น

เมื่อ 17 ปีก่อน ตอนที่ผมย้ายบ้านมาจากจังหวัดคะงะวะและเริ่ม เข้ามาใช้ชีวิตคนเดียวที่โตเกียว ในห้องของผมไม่มีอะไรเลยนอกจาก ของใช้จําเป็น แต่พอเวลาผ่านไปผมก็ต้องเผชิญกับข้าวของจํานวน มหาศาลที่ผมไม่สามารถทิ้งได้

ผมชอบถ่ายรูป เพราะว่าอยากจะเก็บช่วงเวลาทุกวินาทีเอาไว้ เป็นความทรงจํา

หนังสือที่เคยอ่านก็เหมือนส่วนหนึ่งของตัวผมเลยไม่อยากทิ้ง แถมยังอยากแนะนําหนังและเพลงที่ผมชอบให้คนอื่นได้ฟังบ้าง นอกจากนี้ถ้ามีเวลาก็อยากจะลองทํางานอดิเรกที่อยากทําดูสักที่ “น่าเสียดายจัง แพงอีกต่างหาก” น

นา “ยังใช้ได้อยู่เลย สักวันคงได้ใช้แหละ” ไม่อยากจะยอมรับเลยว่าไม่ได้ใช้ของพวกนี้แล้ว

ความรู้สึกเช่นนี้เหมือนเป็นแรงจูงใจให้ไม่กล้าทิ้งของเหล่านั้น และเก็บไว้ต่อไป

ความคิดของผมเมื่อก่อนต่างกับปัจจุบันโดยสิ้นเชิง เมื่อก่อนผม เป็นแม็กซิมัลลิสต์ ไม่ว่าอะไรก็เก็บไว้ซะทุกอย่าง ตอนจะซื้อของ ก็เลือกซื้อแต่ของที่มีประสิทธิภาพสูง ๆ เท่าที่จะทําได้ ไม่ว่าจะซื้ออะไร ก็ต้องเป็นของใหญ่ๆ และหนักๆ ไว้ก่อน

ผมรู้สึกเหมือนโดนดูดพลังจากของที่เยอะขึ้นจนเกินจําเป็น ทั้งๆ ที่ ตั้งใจซื้อของเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์แต่กลับรู้สึกถูกรุกราน ยิ่งกว่านั้น ไม่ว่าจะได้สิ่งของต่างๆ มาเท่าไหร่ ก็ยังรู้สึกไม่พอใจและยิ่งมองหา ข้าวของเพิ่มอยู่ตลอด จนรู้สึกอิจฉาคนรอบข้างที่มีของมากกว่า โดยไม่รู้ตัว ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นผมก็ไม่สามารถทิ้งข้าวของไปได้ และเอาแต่โทษตัวเองต่าง ๆ นานาจนกลายเป็นวงจรอุบาทว์ผมหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นั้นได้โดยการเริ่มทิ้งข้าวของ ไม่จําเป็น ผมคิดว่าการมีข้าวของมากเกินไปจะทําให้เกิดข้อเสีย บางอย่าง สําหรับคนที่ตอนนี้รู้สึกไม่พอใจในชีวิตและไม่รู้ว่าจะต้อง อย่างไรเหมือนกับผมเมื่อก่อน ให้ลองทิ้งของใช้ที่ไม่จําเป็นดที่ด ก่อน อย่างน้อยก็น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตบ้าง

สิ่งที่บั่นทอนพลังงานในชีวิตของคุณนั้นไม่ใช่พันธุกรรม ไม่ใช่ สภาพแวดล้อม ไม่ใช่นิสัย และก็ไม่ใช่แผลทางจิตใจ แต่คือข้าวของ จํานวนมหาศาลเหล่านั้นที่คุณมีอยู่

 

นำเสนอโดย
สมัครยูฟ่า

ของที่ถูกทิ้ง

Image result for ของที่ถูกทิ้ง

ของที่ผมทิ้งไปมีดังนี้

ชั้นหนังสือและหนังสือทั้งหมด (น่าจะคิดเป็นเงินได้ 1 ล้านเยน แต่ขายไปในราคา 20,000 เยน)

เครื่องเสียงและแผ่นซีดีทั้งหมด (แต่ก่อนผมทําตัวเป็นผู้รอบรู้ เรื่องดนตรีทั้ง ๆ ที่ไม่ได้สนใจ)

ทั้ง ๆ ที่อาศัยอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่รู้ทําไมถึงมีตู้ขนาดใหญ่ที่อัดแน่น ไปด้วยถ้วยชาม

ของจิปาถะที่ดูโบราณ (ซื้อมาจากการประมูลเท่าที่จะซื้อมาได้)

เสื้อผ้าหลวม ๆ ราคาแพง กับเสื้อที่คิดว่าถ้าสักวันกลับมาผอม ก็คงจะได้ใส่อุปกรณ์เกี่ยวกับกล้องถ่ายรูป 1 ชุด (ไม่รู้ว่าทําไมถึงมีห้องมืดด้วย อีกต่างหาก…ผมทําอะไรลงไปเนี่ย)

อปกรณ์ที่ใช้สําหรับซ่อมจักรยาน (ได้ใช้ทุกชิ้นอย่างคุ้มค่าแล้ว)

กีตาร์ไฟฟ้าและเครื่องขยายเสียงที่มีฝุ่นเกาะเต็มไปหมด (เพราะ ไม่อยากรับรู้ถึงความท้อแท้ก็เลยวางทิ้งไว้)

โต๊ะกินข้าวที่ใหญ่เกินไปสําหรับคนโสดและโต๊ะทํางาน (ทั้ง ๆ ที่อยู่คนเดียว แต่ก็อยากทําสุกี้กินกับใครสักคน)

ฟูกนอนขนาดใหญ่ (ก็หลับสบายอยู่หรอก แต่หนักไปหน่อย)

โทรทัศน์ขนาด 42 นิ้วที่ไม่พอดีกับห้องขนาด 11 ตารางเมตร (มารู้ตัวที่หลังว่าชอบดูหนังมากกว่า)

PS3 และชุดโฮมเธียเตอร์ที่ซื้อมาเพื่อจะได้เพลิดเพลินกับหนัง ที่ชื่นชอบ (แต่ก่อนผมเคยชอบเครื่องใช้ไฟฟ้าพวกนี้มาก)

ฮาร์ดดิสก์ที่เก็บหนังโป๊เอาไว้ (นี่ต้องใช้ความกล้ามากๆ เลยถึง จะพูดออกมาได้)

ภาพถ่ายฟิล์มหลังจากที่สแกนเก็บเอาไว้เรียบร้อย (แต่ก่อนผม แปะรูปเหล่านี้เต็มผนังไปหมดจนแกะไม่ไหว)

จดหมายแห่งความทรงจําทั้งหลายที่ตัดสินใจทิ้งหลังจากสแกน เก็บไว้ (เป็นจดหมายที่ไม่ได้ทิ้งตั้งแต่สมัยอนุบาล) เพราะตัดใจทิ้ง ไม่ได้จริงๆ ก็เลยสแกนเก็บไว้ (ตอนที่จะขายหนังสือก็ถ่ายหน้าปก เก็บไว้ที่ละเล่ม) และยังมีรูปถ่ายไร้สาระอีกสามพันกว่ารูปที่เก็บไว้ ในฮาร์ดดิสก์

ตอนนี้มาคิดๆดูแล้ว เมื่อก่อนผมก็มีข้าวของทุกอย่างเพียบพร้อม ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์เครื่องใหญ่ ชุดโฮมเธียเตอร์ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ไอโฟน หรือเครื่องนอนนุ่ม ๆ แต่ถึงจะมีของพวกนี้แล้ว ผมก็ยัง หน้ามืดตามัวเอาแต่มองหาในสิ่งที่ตัวเองยังไม่มีและไม่รู้จักพอสักทีถ้ามีโซฟาหนังที่นั่งได้สองคนสักตัวก็คงดี จะได้นังดหง ได้อย่างมีความสุข (อาจจะได้โอบไหล่เธอไปด้วยระหว่ ถ้ามีชั้นหนังสือติดผนังแบบที่เคยเห็นตามนิตยสารก็คง ดจาดขึ้นมา หรือไม่ก็ถ้าเป็นบ้านที่มีลานกว้าง ๆ ก็คงดี จะได้เรีย เพื่อนๆ มาปาร์ตี้ที่บ้าน ห้องที่ผมเคยเห็นตามนิตยสารก็มีแบน กันทั้งนั้น แต่ที่ห้องผมไม่มีหรอก ถ้ามีสิ่งเหล่านั้นละก็ผมคงจะได้ รับการยอมรับมากกว่านี้ รายการ

ทั้งๆ ที่ผมก็มีข้าวของที่จําเป็นครบทุกอย่างแล้ว แต่ก็ยังหน้ามืด ตามัวอยากได้ของที่ตัวเองยังไม่มีอีก จึงไม่มีความสุขแม้แต่น้อย กับความคิดที่ว่า “ขอเพียงแค่มีสิ่งนั้น แค่นี้ชีวิตก็จะมีความสุข” แต่เพราะว่าไม่มีสิ่งนั้น ตัวผมเองจึงไม่มีความสุข

เป็น

 

Sponsored
สมัครยูฟ่า

 

1 วันก่อนที่ผมจะเป็นมินิมัลลิสต์

Image result for มินิมัลลิสต์

กิจวัตรของผม 1 วันก่อนที่จะเป็นมินิมัลลิสต์คือ หลังกลับมา จากทํางานผมก็จะถอดเสื้อผ้าทิ้งไปทั่วและอาบน้ําในห้องน้ําที่มีอ่าง ล้างหน้าที่ยังไม่ได้ซ่อม หลังจากนั้นก็จะออกมานั่งดื่มเบียร์สักกระป๋อง และนั่งดูหนังหรือรายการทีวีที่อัดเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว หลังจากนั้น ก็ต่อด้วยไวน์อีก 1 แก้ว แต่ก็ยังไม่พอ บางครั้งผมยังเดินไปซื้อเพิ่ม ทั้งๆที่เมาแล้ว

ผมเคยได้ยินคนพูดกันว่า เหล้าไม่ใช่ความสุขหรอก แต่เป็นสิ่งที่ ใช้หยุดเวลาแห่งความทุกข์ไว้ชั่วขณะ ผมก็เลยอยากจะลืมเรื่องที่ น่าสมเพชของตัวเองบ้าง แม้จะเป็นแค่ชั่วขณะหนึ่งก็ตาม

เช้าวันถัดมาผมตื่นขึ้นและบ่นพึมพําอยู่บนที่นอนพร้อมทั้งเลื่อน นาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นทุก ๆ 10 นาทีไปเรื่อย ๆ จนแสงแดดเริ่มจ้า ผมถึงจะตื่นได้ ก็เพราะเหล้าที่ดื่มไปเมื่อคืนทําให้ปวดหัวและรู้สึก อ่อนเพลียไปหมด ผมลุกไปนั่งส้วมและนั่งบีบพุ่งตัวเองในขณะที่ ทําธุระส่วนตัว หลังจากนั้นจึงไปหยิบเสื้อยูนิโคล่จากเครื่องซักผ้าที่ ปั่นแห้งไว้เมื่อคืนมาใส่ และออกจากบ้านพลางชําเลืองมองจานข้าว ที่ตั้งทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

ปกติแล้วผมจะออกจากบริษัทด้วยความเบื่อหน่ายกับเส้นทาง กลับบ้าน แต่ก็ไม่ได้สตาร์ตรถเลยทันที่ที่ออกมาจากบริษัท

จะนั่งกดมือถืออ่านสรุปข่าวต่างๆ ฆ่าเวลา และการที่ผมเช็กอีเมลเป็นประจํา ตอบอีเมลเร็ว และพิมพ์ข้อความเร็ว มักจะถูกเข้าใจผิด ว่าเป็นคนที่ทํางานได้ดี จริง ๆ แล้วผมมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับงาน เบ็ดเตล็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนหมดวัน ส่วนงานที่สําคัญผมแทบไม่ได้ แตะเลย พอถึงเวลาก็กลับบ้าน ไม่ใช่เพราะว่าทํางานเสร็จหมดหรอก แต่ถึงเวลาที่ต้องกลับแล้ว

ที่ผมตื่นเช้าไม่เคยได้ก็เพราะว่าผมทํางานจนดึกดื่นอยู่บ่อยๆ ที่ ผมอ้วนก็เพราะว่าร่างกายเสื่อมสภาพ และก็เพราะเงินเดือนที่ไม่ค่อย จะพอสักเท่าไหร่ ผมเลยย้ายไปอยู่ห้องที่กว้างกว่านี้ไม่ได้ ถ้าผม ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออํานวยมากกว่านี้ละก็ ผมน่าจะแสดง ประสิทธิภาพที่แท้จริงของตัวเองได้มากกว่านี้อย่างแน่นอน ก็ห้อง มันเล็กแบบนี้ ข้าวของต่างๆ เลยกระจัดกระจายไปทั่ว และอีกอย่าง ห้องนี้ก็เป็นห้องเช่า ทําความสะอาดไปก็เปล่าประโยชน์ ถ้าผม ได้อยู่ห้องกว้างๆ และเป็นห้องของตัวเอง ผมจะต้องเก็บกวาดอย่าง แน่นอนทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นคําแก้ตัวของผมทั้งสิ้น 1

ข้าวของที่รายล้อมอยู่รอบตัวทําให้ในหัวของผมมีแต่คําแก้ตัว และความคิดด้านลบต่างๆ นานาผุดขึ้นมา จนรู้สึกว่ากําลังผูกมัด ตัวเองด้วยความทะนงตัวที่ไม่เข้าท่าและยังกลัวขายหน้าอีกด้วย ถึงแม้มีเรื่องที่อยากจะทํา แต่ผมก็แทบจะไม่ขยับตัวเลย

 

นำเสนอโดย
แทงบอลออนไลน์

1 วันในการเป็นมินิมัลลิสต์ของผม

Image result for มินิมัลลิสต์

ชีวิตของผมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่จัดการข้าวของให้เหลือ แต่ที่จําเป็น หลังกลับมาจากทํางานผมก็จะอาบน้ําในอ่างอาบน้ําที่ ดูใหม่อยู่เสมอ และเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อตัวโปรดที่ใส่สบาย เดี๋ยวนี้ ผมหันมาอ่านหนังสือ เขียนไดอะรี่แทนดูโทรทัศน์ และไม่ดื่มเหล้า คนเดียวแล้ว สักพักก็ไปนอนยืดตัวในพื้นที่ว่างๆ แล้วก็หลับไปทุกวันผมจะตื่นมารับแสงแดดยามเช้าโดยไม่ตั้งนาฬิกาปลุก แสงแดดยามเช้าที่ส่องเข้ามาในห้องสะท้อนกับกําแพงกระดาษลขาว ทําให้ทั้งห้องสว่างมาก ทําให้รู้สึกสดชื่นไปกับเช้าวันใหม่อย่างไม่ต้อง รีบร้อน และนั่งกินข้าวเช้าได้อย่างสบาย ๆ พร้อมลิ้มรสกาแฟที่ชง เสร็จใหม่ ๆ จากเครื่องชงกาแฟ หลังจากนั้นก็จะล้างถ้วยชามทันที ต่อด้วยการนั่งทําสมาธิ สงบจิตใจให้เป็นหนึ่งเพื่อไม่ให้ถูกรบกวน จากสิ่งรอบข้างที่แสนวุ่นวาย ผมใช้เครื่องดูดฝุ่นทําความสะอาดบ้าน ทุกวัน ถ้าวันไหนอากาศดีก็จะหยิบผ้าออกมาซัก จัดที่นอนให้ เรียบร้อย หลังจากที่ทํางานพวกนี้เสร็จก็จะเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เตรียม เอาไว้และออกจากบ้านเพื่อชื่นชมบรรยากาศของฤดูกาลที่ต่างกันไป บนถนนสายที่ใช้ออกไปทํางานทุกวัน

แม้แต่ผมเองก็ยังไม่คิดว่าจะเป็น 1 วันของคนคนเดียวกัน แต่ ก็รู้สึกว่าโชคดีจริงๆ ที่ได้ทิ้งข้าวของที่ไม่จําเป็นเหล่านั้นออกไป

 

จัดทำโดย
บาคาร่า

ทุกคนเป็นมินิมัลลิสต์กันมาตั้งแต่แรก

Image result for ทุกคนเป็นมินิมัลลิสต์กันมาตั้งแต่แรก

การใช้ชีวิตแบบมินิมัล (จุลนิยม) คือ การลดจํานวนข้าวของให้ เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จําเป็น สําหรับหนังสือเล่มนี้ก็คือ การคํานึงถึง ความสุขโดยผ่านสิ่งของต่างๆ ที่มีอยู่น้อยนิด

แรกเริ่มเดิมที่ไม่มีใครเกิดมาพร้อมสิ่งของ ดังนั้นจึงถือว่าทุกคน เป็นมินิมัลลิสต์กันตั้งแต่เกิด การมีข้าวของมากเกินความจําเป็นนั้น ขโมยอิสระของพวกเราทุกคนไป

คุณค่าของเราไม่ได้วัดจากข้าวของที่มี และข้าวของเหล่านั้นให้ ความสุขแก่เราได้เพียงหยิบมือ ยิ่งกว่านั้นข้าวของมากมายที่ไม่จําเป็น ยังลดทอนพลังงานและเวลาไปจากเราด้วย กลุ่มคนที่เริ่มรู้สึกถึง สิ่งเหล่านี้ก็คือมินิมัลลิสต์

ถึงแม้ว่าตอนนี้จะรายล้อมไปด้วยข้าวของมากมาย แต่ทุกคน ก็คงจินตนาการถึงความรู้สึกสดชื่นในทุกวันๆ ได้ ที่พวกเราเข้าใจ ความรู้สึกสดชื่นหลังจากจัดการข้าวของที่ไม่จําเป็นได้นั้นก็เพราะว่า ทุกคนเคยมีประสบการณ์มาแล้ว เช่น ตอนที่พวกเราจะไปเที่ยว

ก่อนออกเดินทางพวกเรามักหมกมุ่นกับการจัดกระเป๋าจนเกือบ

อะไรไม่จําเป็นก็ทิ้งไป

ถึงเวลาเดินทาง ถึงแม้ว่าจะเช็กของจําเป็นจากลิสต์ดีแล้วก็ยังรู้สึก เหมือนลืมอะไรสักอย่าง แต่เมื่อต้องออกเดินทางแล้วจึงเลิกคิดถึง เรื่องนั้นและลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากบ้าน หลังจากที่ปิดบ้าน เรียบร้อยก็จะรู้สึกปลอดโปร่งว่า เพียงแค่มีกระเป๋าเดินทางใบเดียว ก็สามารถใช้ชีวิตไปได้ระยะหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วเราอาจจะลืมอะไร สักอย่างไว้ที่บ้านก็ได้ แต่แค่ไม่ลืมของสําคัญไว้ก็พอแล้ว

เรารู้สึกสบายใจที่ได้นอนกลิ้งอยู่บนเสื่อทาทามิเมื่อถึงห้องพัก ของโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นที่สะอาดและมีของเพียงน้อยชิ้น ดังนั้นโรงแรม สไตล์ญี่ปุ่นจึงอยู่แล้วรู้สึกสบายใจ หลังจากที่วางสัมภาระไว้ในห้อง เรียบร้อยก็สามารถออกไปเดินเล่นตัวเปล่าได้อย่างสบาย ๆ จะไป ที่ไหนก็ได้ เพราะมีทั้งเวลาและไม่มีเรื่องที่จะต้องทํา

ไม่ว่าใครก็คงเคยสัมผัสความรู้สึกที่เป็นมินิมัลลิสต์แบบนั้นกัน มาแล้ว และแน่นอนว่าทุกคนก็เคยสัมผัสความรู้สึกที่ตรงข้ามกับ มินิมัลลิสต์ด้วยเช่นกัน

ตอนที่จะเดินทางกลับ ข้าวของต่างๆ ที่น่าจะแพ็คไว้อย่างดีแล้ว กลับกระจัดกระจายอยู่ในกระเป๋า และแทนที่จะใส่ของฝากที่ซื้อมาไว้ ในกระเป๋าเดินทางกลับต้องนํามาถือพะรุงพะรัง ส่วนในกระเป๋าเสื้อ ก็เต็มไปด้วยตัวเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ หรือไม่ก็ใบเสร็จที่คิดว่า จะเก็บไว้ดูทีหลัง และสุดท้ายก็ต้องมาลําบากค้นหาตั๋วเครื่องบิน ทั่วไปหมด “เอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วนะ ตรงนี้เหรอ หรือว่าตรงนั้น” เราก็จะเริ่มขมวดคิ้วและหงุดหงิด แถมยังถูกมองด้วยสายตาเย็นชา จากคนที่ต่อแถวอยู่ด้านหลังอีกด้วย

พอมีข้าวของมากมายเกินจะรับมือไหวแบบนี้ ก็มักจะรู้สึก หงุดหงิดขึ้นมาจนไม่ได้ใส่ใจกับของสําคัญชิ้นอื่นๆ

พวกเราใช้ทั้งเวลาและพลังงานหมดไปกับการไขว่คว้าหาข้าวของ มาเพิ่ม หมดไปกับการดูแลรักษาข้าวของที่มีอยู่ และเก็บกวาดของ เหล่านั้น ทุ่มเทมากเสียจนข้าวของเหล่านั้นอาจกลายมาเป็นเจ้าชีวิตของเราแทน

 

Sponsored
บาคาร่า

minimalist tools

Image result for minimalist tools

เชือกสําหรับตากผ้า เชือกสําหรับใช้ตากผ้าของ SEA TO SUMMIT นอกจากจะพกพา ง่ายแล้ว ยังตากผ้าสะดวกอีกด้วย

หนังสือเดินทาง ของสําคัญที่สุดแบบนี้ต้องเก็บไว้ ในถุง LOKSAK และควรจะมีเงิน ในถุง LOKSAK 60 สําหรับใช้ยามฉุกเฉินเก็บไว้ใน กระเป๋าด้วย!

อาหารรีทอร์ท อาหารสําเร็จรูปสําหรับผู้ที่ชอบล อาหารประเภทเส้น หลังจาก เสร็จก็จะเกิดขยะเหลือทิ้ง

ชิ้นเล็กๆ เท่านั้น

อุปกรณ์ชาร์จไฟและสายชาร์จ เก็บแบตเตอรี่สําหรับชาร์จไฟไว้ ในกระเป๋าพกพาของ Eagle Creek ที่ทํามาจากซีลไนลอน

ผ้าห่มฉุกเฉิน ผ้าห่มที่ใช้ในกรณีที่สอง หรือกรณีฉุกเฉินต่างๆ เนี้อผ้าอ่อนนุ่ม ผลิตโดยบริษัท SOL

อุปกรณ์เสริม อุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น กรรไกร มีด ตะไบ ของ LEATHERMAN รุ่น SQUIRT PS4

 

BOSE SoundLink Mini บลูทูธสปีกเกอร์ สิ่งที่ขาดไม่ได้ สําหรับคุณอิโต โคตะ ที่ทํางาน เกี่ยวกับดนตรี มีคุณภาพเสียง เหนือกว่าเครื่องเสียงทั่วไป

หัวแปลงปลั๊กไฟ หัวแปลงปลักไฟสําหรับใช้ในต่าง ประเทศ เขาเลือกหัวแปลงของร้าน มูจิที่มีดีไซน์แบบมินิมัล

สมุดโน้ต MOLESKINE สมุดโน้ตแบบพกพาที่ขาดไม่ได้ สําหรับให้นักเดินทางคนอื่น ๆ เขียนข้อความถึงเขา และสําหรับ เขียนไดอะรี่ของเขาเอง

ที่อุดหู MOLDEX ที่อุดหูสําหรับใช้ลดเสียง รุ่น Goin Green แม้แต่เสียงก็อยู่ในรูปแบบ มินิมัล

ถุงใส่สบู่ ถุงใส่สบู่แผ่นของ SEA TO SUMMIT สามารถหยิบออกมาใช้ ได้ทีละแผ่น และสามารถใช้ซักผ้า

กระเป๋าใส่ของจุกจิก กระเป๋าสําหรับใส่อุปกรณ์ชิ้นเล็ก ต่างๆ เช่น วิทยุ กรรไกรตัดเล็บ ไฟฉาย เป็นต้น

และอย่าลืมใส่ ยาอมแก้ไอไว้ด้วย

 

Sponsored
UFABET

ไปได้ทั่วโลกกับกระเป๋ามินิมัล

Image result for minimalist backpack

หลังจากที่คุณอิโต โคตะ ลองผิดลองถูกอยู่เป็นเวลา 4 ปี ก็ได้ค้นพบว่า Itou

การมีกระเป๋าเพียงแค่ใบเดียวก็สามารถเดินทางรอบโลกได้อย่างง่ายดาย และ สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยของในกระเป๋าใบเดียวนี้แหละ

งานของคุณอิโต โคตะ คือ การ สร้างสรรค์ผลงานเพลง แค่มี MacBook หนึ่งเครื่องก็สามารถ สร้างสรรค์ผลงานเพลงได้ ไม่ว่า จะอยู่มุมไหนของโลก

เครื่องกรองน้ําขนาดเล็ก เครื่องกรองน้ําขนาดพกพา ประสิทธิภาพสูง สามารถฆ่าเชื้อ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ เพียงแค่มีสิ่งนี้ แม้จะเป็นน้ํา สกปรกแค่ไหน ก็สามารถดื่มได้ อย่างสบายใจ

กระเป๋าขนาดพกพาของ GRANITE GEAR กระเป๋าผ้าไนลอน GRANITE GEAR ที่ทั้งเบาและคงทน ใช้ สําหรับใส่ของมีค่าต่างๆ

ถุงนอน Montbell ถุงนอนรุ่น Down Hugger 800 #3 ที่ใช้สําหรับนอนในที่ที่หนาวมากๆ

Hennessy Hammock แค่มีเต็นท์และเปลญวน ไม่ว่า ที่ไหนก็สามารถเปลี่ยนเป็นที่นอน ได้ทันที

ไฟฉาย ไฟฉายจากบริษัทแบล็กไดมอนด์ นอกจากจะให้แสงสว่างในที่มืด แล้ว ยังสามารถใช้เป็นโคมไฟ ได้อีกด้วย

เข็มขัด เข็มขัดรัดติดตัวที่สามารถปรับ ความยืดหยุ่นได้ตามใจชอบ และ สามารถพกของติดตัวได้ตลอด

Sony MDR-1ADAC หูฟังที่เลือกมาอย่างพิถีพิถัน สามารถรับส่งข้อมูลดิจิทัลได้ และรองรับระบบ Hi-Res ที่ทําให้ ได้ยินเสียงชัดมากขึ้น

iPhone 5s #LOKSAK ไอโฟน อุปกรณ์อเนกประสงค์ ที่ต้องติดมืออยู่เสมอ เพียงแค่ ใส่ซองกันน้ํายี่ห้อ LOKSAK ก็ถือ ไปได้ทุกที่

Sony NEX-5N กล้องดิจิทัลของ SONY ที่คุณ อิโต โคตะ ใช้คู่กับเลนส์ SIGMA 30 mm F/2.8 DN

Amazon Kindle อุปกรณ์สําหรับอ่านหนังสืออิเล็ก- ทรอนิกส์ยอดนิยม ราคาไม่แพง จนเกินไป และมีรูปทรงเรียบง่าย

ผ้าพันคอ ผ้าพันคออเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้ง คลุมไหล่ ปิดปาก โพกศีรษะ เช็ดตัว หรือจะใช้สําหรับห่อสิ่งของ ในเวลาที่เร่งรีบก็ได้

 

จัดทำโดย
สมัครยูฟ่า

ครอบครัวสไตล์มินิมัล

Image result for minimalist apartment

ห้องที่ดูเหมือนจะเป็นห้องโชว์เฟอร์นิเจอร์ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างไม่อึดอัดถึงแม้จะอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 คน บ้านหลังนี้เป็นต้นแบบของบ้านในฝัน ทั้งทําความสะอาดง่ายและผ่อนคลาย

พื้นที่ที่เคยเป็นห้องอ่านหนังสือของ ทุกคนในครอบครัว ปัจจุบันกลายเป็น ห้องอเนกประสงค์ที่ใช้ทํากิจกรรม ต่างๆร่วมกัน

ต้นไม้ในสวนทําให้รู้สึกสบายตาและ ช่วยบังตาด้วย กับผนังห้องที่ตกแต่ง ด้วยผลงานศิลปะของคุณยะมะ

ข้าวของในบ้านมีเพียง น้อยชิ้นและเป็นมิตร ต่อการทํากิจกรรมร่วมกัน ภายในครอบครัว โทนสี ที่ใช้ตกแต่งห้องก็เป็น โทนสีที่ถนอมสายตา เรียกว่า “โทนสีมินิมัล”

ห้องสไตล์ญี่ปุ่นที่ใช้เป็นห้องนอน ถึงแม้ จะหยิบของที่เก็บเอาไว้ออกมาวางทั้งห้อง ก็ยังคงคุมโทนสีขาวเอาไว้ได้เหมือนเดิม และถึงแม้ว่าจะเป็นคู่สามีภรรยากัน แต่ทั้งคู่ ก็ได้ตั้งกฏขึ้นมาว่า จะไม่ก้าวก่ายสมบัติของ อีกฝ่าย

เสื้อผ้าฤดูร้อนที่คุณยะมะใส่ทั้ง 8 ตัว ทั้งหมดเป็นเสื้อผ้าที่คุมโทนสี มีการ จัดเรียงอย่างดี เรียกว่า เสื้อผ้าแบบ มินิมัล นอกจากนี้การรีดผ้าก็ยังเป็น ช่วงเวลาที่สําคัญสําหรับคุณยะมะด้วย

 

นำเสนอโดย
ยูฟ่าเบท

ห้องนั่งเล่นของเราสองคน

Image result for minimalist apartment คุณโอะฟุมิและสามีของเธอช่วยกันสร้างห้องนั่งเล่นสไตล์มินิมัลขึ้นมา จุดเริ่มต้นเกิดจากการย้ายจากห้องขนาด 78 ตารางเมตรมาอาศัยอยู่ในห้องขนาด 44 ตารางเมตร จึงต้องกําจัดสัมภาระจํานวน 130 กิโลกรัมออกจากห้อง และได้เริ่มต้นใช้ชีวิตในแบบเรียบง่ายโดยยังคงรักษาของชิ้นโปรดเอาไว้ภายในห้อง

ห้องญี่ปุ่นที่ดูสบายตา ห้องนี้ตกแต่งด้วยภาพ แขวน“SOU SOU” และ ทั้งคู่บอกว่า ถึงแม้จะต้อง เสียค่าเช่า แต่ก็รู้สึกถึง ความเป็นบ้านมากขึ้น

เขียนไดอะรี่และนําเรื่องที่เขียนไปอัพลงบล็อก แค่ได้ดูการลงสีหรือภาพประกอบต่างๆ ในไดอะรี่ เหล่านั้นก็รู้สึกสนุกขึ้นมาแล้ว

จัดวางของขวัญต่างๆ ที่ได้มาจากเพื่อนอย่าง เหมาะสมและสมดุล ไม่ให้มากเกินไปหรือ น้อยเกินไป ทั้งนาฬิกา ของตั้งโชว์ และอูคูเลเล่

กําแพงห้องนั่งเล่นที่ตกแต่ง อย่างเรียบง่ายด้วยผ้าของ ร้าน Mina Perhonen และนาฬิกาเรือนเล็กน่ารัก

 

Sponsored
ยูฟ่าเบท